Saturday, December 8, 2012

เริ่มเล่นหุ้น


เริ่มเล่นหุ้น

เริ่มเล่นหุ้น
เป็น ความคิดที่ดี สำหรับท่านที่ต้องการลงทุน เพราะว่า หากท่านได้ศึกษามันมาเป็นอย่างดีแล้ว นอกจากท่านจะได้กำไรจากส่วนต่างของราคาแล้ว การเริ่มเล่นหุ้น ยังได้เงินปันผล ซึ่งทางบริษัทที่ท่านซื้อหุ้นนั้น ได้ปันผลเป็นเงิน จากกำไรการดำเนินงาน  แต่ก่อนที่ท่านจะเริ่มเล่นหุ้นให้ประสบความสำเร็จนั้น ท่านจะต้องศึกษามันมาพอสมควร เพื่อท่านจะได้มีความรู้ระดับนึง ในการเริ่มลงทุน นอกจากนี้แล้ว จากประสบการณ์ที่ผมทำงานในด้านนี้มาเกือบ 10 ปี สิ่งที่ผมอยากจะแนะนำเพิ่มเติมคงเป็นเรื่อง การศึกษาการวิเคราะห์ทางเทคนิด และควรมีตำราพิชัยสงครามอยู่ใกล้ๆมือด้วย เพราะว่าในตลาดหุ้นนั้น เป็นการแย่งชิง ต่อสู้กันด้วย เล่ห์เหลื่ยมต่างๆมากมายนัก หากนักลงทุนศึกษามาเฉพาะศาสตร์ด้านเดียวแล้ว คงจะประสบความสำเร็จได้ยาก เริ่มเล่นหุ้น เริ่มเล่นหุ้น

การเริ่มเล่นหุ้น วิชาความรู้ต่างๆที่ได้เล่าเรียนมา คงไม่พอแน่ๆ  นักลงทุนต้องเรียนรู้ในตลาดหุ้นอีกมากมายนัก และแน่นอน มันคือวิชาความรู้ตัวจริงเสียงจริง ที่จะช่วยให้เราได้เรียนรู้ว่า จริงๆแล้ว การเล่นหุ้นให้ประสบความสำเร็จ มันต้องเป็นการประยุกต์ตำราพิชัยสงครามมาใช้กับการลงทุนของเรา ซึ่งมันจะขาดไม่ได้เด็ดขาด เริ่มเล่นหุ้น

เริ่มเล่นหุ้น สิ่งแรกที่ต้องเตรียมคือ ตัวเอง ต้องเป็นคนที่ขยันเรียนรู้ทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้น คนที่ประสบความสำเร็จ มักจะเป็นคนที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้ ดี ไม่ได้เป็นคนที่คิดว่าตัวเองเก่งเสมอ เพราะคนประเภทนี้ จะไม่ฟังใคร ไม่เชื่อใคร นอกจากตัวเอง ซึ่งงคนแบบนี้ มักจะใส่อะไรลงไปในหัวไม่ได้ เป็นคนน้ำเต็มแก้ว และสุดท้ายแล้ว คนนั้นมักไม่ประสบความสำเร็จในการเล่นหุ้น

เริ่มเล่นหุ้น ผม จะบอกว่า คุณต้องมีตำราพิชัยสงครามอยู่ข้างๆกาย อย่าให้มันอยู่ห่างกายของคุณเป็นอันขาด เพราะว่ามันคือเครื่องมือที่จะทำให้คุณเอาตัวรอดจากตลาดหุ้น คุณจะเป็นคนที่ปลดปล่อยพันธการทางความคิด คุณจะเป็นคนไม่ยึดติดกับสิ่งใดๆในตลาดหุ้น คุณจะเป็นคนที่จะพยายามปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้ดีตลอดเวลา ตื่นตัว และประสบความสำเร็จในการเล่นหุ้น   โชคดี. เริ่มเล่

นหุ้น

เริ่มเล่นหุ้น-การเล่นหุ้น คือการเอาชนะกันด้วยเล่ห์เหลี่ยม


การเล่นหุ้น-คือการเอาชนะกัน

เริ่มเล่นหุ้น
ครั้ง แรก เราต้องทำความเข้าใจให้มากๆกับคำนี้ เพราะอะไรนะหรือ เพราะว่า นักลงทุนทุกคนล้วนต้องการกำไรจากการเล่นหุ้นทุกคน ไม่มีใครต้องการขาดทุนแน่ๆ เพราะฉะนั้นทุกคนๆจึงต้องหาวิธีการมากมายมาต่อสู้กัน เพื่อให้ได้ชัยชนะ

เริ่มเล่นหุ้น เราต้องยอมรับความจริงว่า หุ้นแต่ละตัว น่าจะมีเจ้ามือดูแลอยู่ หรือจะเรียกอีกอย่างว่า รายใหญ่คงไม่ผิด จุดสังเกตง่ายๆว่ามีคนดูแลหุ้นหรือไม่ น่าจะเป็นตอนตลาด Call Market มีหุ้นเกือบจะทุกตัว ตั้งซื้อตั้งขาย กันผิดปกติไปจากเดิม ลองนั่งสังเกตดู นักลงุทนรายใหญ่ เขามีหุ้นอยู่ในมือเป็นจำนวนมาก เขาจะให้หุ้นขึ้นหรือลงก็ได้ ตามแต่ใจเขา  หลายครั้งที่หุ้นมักเคลื่อนไหวขึ้นแรงๆ หรือลงแรงๆ โดยที่ไม่ทราบสาเหตุ เรานักลงทุนรายย่อยมักจะพูดกันไปต่างๆนานา ถูกบ้าง ผิดบ้าง ก็ว่ากันไป แต่ทุกๆครั้งที่มันขึ้นลง น่าจะมีเหตุผลลึกๆอยู่เสมอ แต่เราซึ่งเป็นนักลงทุนรายย่อย มักจะทราบสุดท้ายตลอด

เริ่มเล่นหุ้นของ รายย่อย การเข้าถึงข่าวสารย่อมไม่เท่าเทียมกัน ถ้าไม่เรียกว่าการเอาชนะกันด้วยเลห์เหลี่ยม แล้วจะเรียกว่าอะไร เราต้องระมัดระวังให้มาก ในช่วงที่ตลาดดีๆ และคนส่วนใหญ่ก็มักจะติดหุ้นในช่วงที่ตลาดกำลังขึ้นกัน ใครออกได้ทันก็ดีไป ใครออกไม่ทัน ก็ต้องรอยาว กว่าจะงัดออกมาขายได้ หรืออาจหมายความว่า สิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราเห็น มักจะตรงกันข้ามกับเราเสมอ แต่เราก็ไม่เคยสังเกตกัน เรามักจะถูกหลอกให้ซื้อหุ้นในตอนที่เรามีความมั่นใจ มีความโลภ แล้วก็ใช้สิ่งเหล่านี้  มาล่อให้เราติดหุ้น.

เริ่มเล่นหุ้น-การเรียนรู้เรื่องกราฟ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

เริ่มเล่นหุ้น-การเรียนรู้เรื่องกราฟ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อเริ่มเล่นหุ้นแรกๆ การเรียนรู้เรื่องกราฟ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่ามันสามารถทำให้คุณเข้าซื้อขายหุ้นได้ถูกจังหวะ ไม่หลงเข้าไปซื้อช่วงที่หุ้นได้ขึ้นมาสูงแล้ว และไม่ขายหุ้นที่มันได้ลงมาเยอะแล้ว


เริ่มเล่นหุ้น-การเรียนรู้เรื่องกราฟ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง 

เมื่อเริ่มเล่นหุ้น เราต้องศึกษาในหุ้นตัวนั้นๆให้ดี ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานก่อน ว่าหุ้นตัวนี้มีประวัติความเป็นมาอย่างไรในอดีต เคยปันผลหรือเปล่า ถ้าเคย แล้วปันผลเท่าไหร่ คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ ผู้บริหารมีคุณธรรม จริยธรรม เป็นอย่างไร และสุดท้าย เมื่อวิเคราะห์ดีแล้ว เราก็ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิค หรือ กราฟ มาจับจังหวะเข้าออกในการซื้อขายครับ.

เริ่มเล่นหุ้นอย่างไร(ขั้นตอนการเล่นหุ้น)



เริ่มเล่นหุ้นอย่างไร

เริ่มเล่นหุ้นอย่างไร
http://www.thaibsd.com/

เริ่มเล่นหุ้นอย่างไร

เริ่มเล่นหุ้น

ในขั้นแรกนะครับ ต้องเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นก่อน
โดยไปที่โบรคเกอร์ที่ท่านต้องการ หรือ รายชื่อโบรคเกอร์
http://www.set.or.th/th/products/member/equity/brokerage_member_p1.html

อย่างแรกในการซื้อหุ้น
หรือการร่วมเป็นเจ้าของกิจการเขา เราต้องเข้าใจสินค้าก่อน

นี่คือรายชื่อหุ้น 100ตัว หรือเรียกว่า set100 ลองไปศึกษาดูว่าแต่ละบริษัททำธุรกิจอะไรบ้าง
http://marketdata.set.or.th/mkt/sectorquotation.do?market=A&industry=0&sector=90&language=th&country=TH

แต่ส่วนใหญ่เขามักซื้อหุ้นใน set50(เหมือนจัดเกรดดีไว้ในนี้)
เมื่อเข้าใจสินค้า ก่อนซื้อหุ้น ก็ต้องวิเคราะห์ก่อน เหมือนจะออกไปท่องยุทธภพ ขอให้มีวิชาติดตัว

การซื้อหุ้นนั้นมี2 แนวทาง ในการวิเคราะห์

1 การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน
ดู งบการเงิน ดูแนวโน้มธุรกิจ-กินเงินปันผล ชอบหุ้นราคาต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน มีโอกาสเติบโตทางธุรกิจ ชอบอ่านข่าวเรื่องธุรกิจและดูงบการเงิน ไม่ขายจนกว่าจะมีข่าวไม่ดีกระทบรายได้ธุรกิจ หรือปัจจัยพื้นฐานบริษัทเปลี่ยนไปถือได้เป็น10ๆปี

2 การวิเคราะห์กราฟทางเทคนิค
เน้นอารมณ์นักลงทุนล้วนๆ ซื้อๆขายๆ เพราะกราฟ กินกำไรส่วนต่าง ถือหุ้นไม่นานมาก ทำกำไรเป็นระยะๆ ใช้ค่าทางสถิติมาplotกราฟ

แล้ว แต่ว่าเราจะเลือกแบบใด ส่วนใหญ่คนชอบพูดกันว่า มีเงินออมเท่านี้ทำไงดี จะให้เพิ่มพูนงอกเงย ขอให้ได้ดีกว่าดอกเบี้ยเงินฝากก็พอ และแล้วพวกคุณก็ลืมคำนี้ "ขอให้ได้ดีกว่าดอกเบี้ยเงินฝากก็พอ" เพราะ บางครั้งการรอหุ้นเติบโต อาจใช้เวลานาน หรือเงินปันผลต่อปีอาจจะ 2-4เปอร์เซ็นต์ (ยกเว้นราคาหุ้นลง ทำให้อัตราเงินปันผลดูมีเปอร์เซ็นต์เยอะขึ้น เช่น ราคาหุ้นA 1 บาท ปันผล 0.05บาทต่อหุ้น กับราคาA ลงมาเหลือแค่ 0.5บาท ปันผลยังคง0.05บาทเท่าเดิม อย่างหลังนี่เยอะกว่านะ 0.05/0.5*100 ได้ 10เปอร์เซ็นต์แหนะ ทั้งๆที่หุ้นตัวเดียวกันนะ)

ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ผู้คนลืมตัวแล้วไป เก็งกำไรเพราะว่า บางวันก็ได้ 5เปอร์เซ็น หรือถือมาแค่2อาทิตย์ก็13 เปอร์เซ็นต์ แล้ว เลยเปรี้ยว ลองซื้อหุ้นนิสัยไม่ดี เห็นวิ่งๆ ก็โดดเข้าตาม โดนเลยคับพี่น้อง กำไรหาย ติดหุ้น
ที่เขาเจ๊งหุ้นกันเพราะอย่างนี้แหละ โดดเข้าโดดออก หรือโดดเข้าไม่โดดออก เล่นหุ้นเกินตัวโดยกู้เขามาเล่น
ถ้าซื้อหุ้นถือรอปันผล โดยหาราคาเหมาะสมก่อน ไม่ใช่ว่า ทุกราคาของหุ้นดี จะทำให้เรากำไรนะ ตอนแรกที่ได้กำไรเท่านี้ ก็โอ้ เราเก่งจัง

แล้ว ตอนเข้าซื้อใหม่หล่ะ หุ้นขึ้นไปแล้ว พอติดดอยเข้า ก็หนาวเลย กำไรที่ได้มาหายหมด นี่ไม่รวมพวกถือหุ้นชั้นเลวนะ ติดหุ้นเป็น10ๆปี ไม่มีปันผล และราคาลงมาเรื่อยๆ เครียดอีกต่างหาก หุ้นลงก็เครียด หุ้นขึ้นก็กลัวขายแล้วโดดเข้าใหม่ยังไง

กับคนที่ถือหุ้นรอเงินปันผล ได้แน่ๆอะเงินปันผล ที่เหลือ มันคือกำไรชีวิตแล้ว ทั้งนี้ดูด้วยนะ บางตัวจ่ายปันผลมากที่สุดที่เคยจ่ายมา แล้วไม่จ่ายอีกเลยก็มี

ถ้าปัจจัยพื้นฐานแนะนำที่
http://www.thaivi.com - ช่วยๆกันวิเคราะห์งบการเงิน
**ปล.เวบนี้ RECOMMENDคับ ต่างกันแค่เป็นเวบนี้ไม่มีการพูดเรื่องราคาแนวรับแนวต้าน น่าขายไหม เพราะเขามองธุรกิจจริงๆ**

มือใหม่ส่วนใหญ่ไม่ชอบอ่านเยอะๆ ชอบหุ้นราคาวิ่งก็พอ บางคนซื้อหุ้นไปยังไม่รู้เลยว่าหุ้นตัวนั้นทำธุรกิจอะไร

http://www.tsi-thailand.org
มีการอบรมฟรี ที่ตลาดหลักทรัพย์ ข้างๆศูนย์ประชุมสิริกิต เกือบทุกอาทิตย์ หรือมีคอร์สจ่ายเงิน

http://www.settrade.com
ดูบทวิเคราะห์ ข่าวสารต่างๆ

http://www.set.or.th
มีงบการเงิน ข้อมูลบริษัท

http://www.doohoon.com
มีงบการเงิน ข้อมูลบริษัท

กราฟทางเทคนิค
http://www.doohoon.com
หมวดความรู้การลงทุน

http://www.pantip.com/cafe/sinthorn
http://www.taladhoon.com
เข้าไปหมวดเวบบอร์ดหรือlibrary

http://www.richerstock.com/candlepattern/cdhome.htm
กราฟแท่งเทียน

http://www.richerstock.com/candlepattern/cdhome.htm
อีเลียตเวฟ

http://www.investorchart.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=500358&Ntype=4
อื่นๆ

ปล.มีอีกเยอะนะ ลองsearch google tecnical graph หรือ กราฟทางเทคนิคดู มีอื้อเลย

เงิน เริ่มต้น 5หมื่นบาทถึง1แสนบาทน่าจะโอเค ทั้งนี้แล้วแต่ฐานะการเงินของคนนั้นๆ ซึ่ง ถ้าจำไม่ผิด 5000บาทก็เปิดบัญชีหุ้นได้แล้ว(แต่ความเห็นส่วนตัว 5พันบาทน่าจะซื้อกองทุนรวมมากกว่าครับ ไม่เหนื่อยในการดูแล มีคนดูแลให้ คือผู้จัดการกองทุนเลือกหุ้นให้เป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยส่วนใหญ่50-70ตัว ต่อ1กองทุนหุ้น ที่ผมเห็นนะ)

การเล่นหุ้นเอง คือ ความต้องการ Focus ในธุรกิจบางธุรกิจ และต้องการซื้อขายเอง และศึกษาเอง หรืออีกนัย เรียกว่า เปรี้ยวหน่ะแหละ และแน่นอนเปรี้ยวมากก็จะโดนไม่ใช่น้อย 555+

โดย ความหมาย ตลาดหลักทรัพย์คือ การระดมทุนในการขยายธุรกิจ เช่น บริษัท โออิชิกรุ๊ป ต้องการขยายสาขา แต่เงินไม่มี ถ้ากู้bank ก็จะมีดอกเบี้ยเยอะ ได้กำไรก็เสียภาษีด้วย โออิชิจึงมาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แล้วก็บอกจำนวนเงินที่ต้องการใช้ และออกหุ้นมา สำหรับใครอยากจะเป็นหุ้นส่วนกับโออิชิ ก็มาซื้อหุ้นเขาได้ การ มาเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นอกจากจะได้เงินเขาออกเงินให้ ยังได้ลดหย่อนภาษีอีก และความน่าเชื่อถือที่ลูกค้าไว้วางใจทำให้ยอดขายดีขึ้น

ถ้า นึกไม่ออก ก็คือ การที่เราเปิดร้านอาหารเอง ต้องการเงินทุน 200,000 บาท แล้วมีหุ้นกันกับเพื่อนทั้งหมด 10 คน เบ็ดเสร็จก็คือ ออก คนละ20000 บาทนั่นเอง ซึ่งเท่ากับว่า หุ้นนี้ราคา20000บาท มี10 หุ้นนั่นเอง
เมื่อ บริษัทมีกำไร แน่นอน ก็มีการเอาเงินมาคืนผู้ถือหุ้นบ้าง ไม่คืนบ้างแล้วแต่ว่า จะเอาเงินไปไว้ขยายธุรกิจหรือป่าว เงินที่นำมาคืน เราเรียกว่า เงินปันผล ครับ

เงินที่ควรมาลงทุน ควรจะเป็นเงินเย็นมากๆๆๆๆๆๆๆ เพราะอาจขาดทุนได้ ด้วย ผลประกอบการที่อาจจะไม่ดี หรือนักเก็งกำไรซื้อๆขายๆ ทำให้ราคาขึ้นสูง หรือต่ำเกินไป ฉะนั้นต้องระวังเสมอ ยกเว้น ถ้าเป็นธุรกิจที่โตสม่ำเสมอ รายได้สม่ำเสมอ เขาแนะนำให้ถือระยะยาว แต่ไม่ใช่ว่าซื้อราคาไหนก็กำไร เราต้องซื้อราคาที่ต่ำกว่ามูลค่ามาก (ศึกษาได้จาก www.thaivi.com)

โบรกฯหวั่นเสื้อแดงทำหุ้นไทยสะเทือน

โบรกฯหวั่นเสื้อแดงทำหุ้นไทยสะเทือน
Pic_32919

นักวิเคราะห์ระบุ หุ้นไทยยังมีเม็ดเงินเข้ามาซื้อในตลาด ชี้การลงทุนอาจชะงักเพราะสินค้าโภคภัณฑ์ชะลอตัว หวั่นเสื้อแดงทำหุ้นไทยสะเทือน

วันนี้ (14 ก.ย.) นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงแนวโน้มดัชนีหุ้นไทยในตลาดหลักทรัพย์ของช่วงสัปดาห์นี้  ว่า ตลาดหุ้นจะยังมีเม็ดเงินรอเข้ามาซื้อหุ้นในตลาด แต่จังหวะการลงทุนอาจถูกขัดด้วยราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ชะลอตัวลง การเมืองในประเทศ และความลังเลของนักลงทุนว่าดัชนีฯจะสูงขึ้นได้ต่อไปหรือไม่ อาจทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนจนกว่าจะมีปัจจัยบวกเข้ามากลบความกังวลนี้

ปัจจัย ที่คาดว่าจะมีผลกับตลาดหุ้นสัปดาห์นี้ เศรษฐกิจโลกและตลาดหุ้นต่างประเทศ  ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นมาประมาณ 4%  ภายในสัปดาห์เดียว เรียกว่าขึ้นมาเร็ว ขณะเดียวกันราคาน้ำมันก็สูงขึ้นมาด้วยทั้งๆที่ความต้องการใช้น้ำมันยังไม่ กระเตื้องขึ้น ผลดังกล่าว จะทำให้นักลงทุนชะลอการซื้อหุ้นในช่วงต้นๆสัปดาห์ จนกว่าจะมีอะไรใหม่ๆเข้ามากระตุ้นตลาดอีกครั้ง
ราคาน้ำมันดิบในตลาด โลกปิดที่ 68 เหรียญดอลล่าร์ต่อบาร์เรล   นักลงทุนกลับมาให้ความสนใจกับความต้องการใช้น้ำมันของโลกที่ยังอยู่ในระดับ ต่ำ ซึ่งจะทำให้หุ้นกลุ่มน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ชะลอตัวลง และอาจกระทบต่อตลาดหุ้นไทย  เนื่องจากมีน้ำหนักของหุ้นกลุ่มนี้มาก หากราคาน้ำมันสูงขึ้นอีกในระหว่างสัปดาห์ จะพลิกกลับมาเป็นปัจจัยบวกของตลาดหุ้นด้วยเช่นกัน

เศรษฐกิจและการ เมืองในประเทศ  การใช้จ่ายของรัฐบาล การลงทุนในโครงการสาธารณะของรัฐบาลยังเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้น แต่สัปดาห์นี้ นักลงทุนอาจให้ความสนใจกับเรื่องการประชุมสภาฯเพื่อขอมติแก้ไขรัฐธรรมนูญและ ต่อด้วยการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 19 ก.ย. ซึ่งจะกระทบต่อบรรยากาศของตลาดหุ้นไทยในช่วงปลายสัปดาห์นี้

กลยุทธ์ การลงทุนนักวิเคราะห์ มองว่า ควรชะลอหุ้นขนาดใหญ่ใหญ่ หันมาหาหุ้นขนาดเล็ก เพราะราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ที่ร่วงลง จะเป็นจังหวะที่นักลงทุนจะเลือกขายทำกำไรช่วงสั้นหุ้นในกลุ่มนี้ ขณะที่การเข้าซื้อหุ้นขนาดใหญ่ อาจต้องรอให้ตลาดหุ้นต่างประเทศกลับมามีแรงซื้อมากๆ  และมีสัญญาณว่านักลงทุนไม่ได้กังวลต่อการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วงวัน หยุดนี้ โดยในระหว่างสัปดาห์ อาจต้องหันไปลงทุนในหุ้นเก็งกำไรขนาดเล็กไปก่อน

ตลาดหุ้นต่างประเทศหนุนหุ้นไทยแกว่งตัวขึ้น

ตลาดหุ้นต่างประเทศหนุนหุ้นไทยแกว่งตัวขึ้น
Pic_57319

นักวิเคราะห์ คาด หุ้นไทยยังคงแกว่งตัวผันผวน แต่หลักๆ ยังเป็นการแกว่งตัวขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนตลาดหุ้นต่างประเทศ และค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า...
นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย  ผู้บังคับบัญชาสายงานวิจัย  บริษัทหลักทรัพย์ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงแนวโน้มดัชนีหุ้นไทยวันนี้ ( 7 ม.ค. ) ว่า แม้ช่วงเปิดตลาดทำการซื้อขายในช่วงปีพ.ศ. 2553 ที่ผ่านมา  ตลาดหุ้นไทยในระยะนี้ค่อนข้างแกว่งตัวผันผวนไปบ้าง แต่หลักๆ ก็ยังเป็นการแกว่งตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยับขึ้นของตลาดหุ้นต่างประเทศ รวมทั้งค่าเงินดอลลาร์ที่ยังแกว่งตัวในด้านอ่อนค่า

ปัจจัยต่างประเทศ ที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นไทยวันนี้  เนื่องจากนักลงทุนยังกังวลต่อความอ่อนแอของตลาดแรงงานทำให้มีแรงขายเพื่อรอ ดูความชัดเจนจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ แต่ตลาดหุ้นทั่วโลกส่วนใหญ่ก็ยังขยับเป็นบวก

ขณะที่นักลงทุนต่าง ประเทศก็เริ่มมียอดซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะยังไม่หนักแน่นนัก แต่ก็ถือเป็นสิ่งที่ดี รวมถึงราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ยังขยับขึ้นจากภาวะอากาศหนาวเย็นมากผิดปกติใน สหรัฐและยุโรป น่าจะช่วยหนุนให้ราคาหุ้นในกลุ่มพลังงานมีแรงซื้อมากยิ่งขึ้นด้วย

โดย ราคาน้ำมันดิบตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 1.41 ดอลลาร์สหรัฐ ไปปิดที่ระดับ 83.18 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล สูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 ทำให้หลังปิดตลาด ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ ปิดที่ระดับ 10,573.68 จุด เพิ่มขึ้น 1.66 จุด ส่วนตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดตลาดเช้าที่ระดับ 10,738.54 จุด เพิ่มขึ้น 7.09 จุด

กลยุทธ์แนะนำนักลงทุนในวันนี้ แนะนำหุ้นกลุ่มพลังงาน รวมทั้งธนาคาร ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีน้ำหนักกับหุ้นไทยมากนอกจากนี้ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้าจะเป็นช่วงประกาศผลการดำเนินงานของหุ้นกลุ่มแบงก์ในบ้านเรา ซึ่งคาดว่าจะยังออกมาสดใสช่วยผลักดันให้ในระยะนี้จะมีแรงซื้อเก็งกำไรของ หุ้นแบงก์

หุ้นเด้ง 29 จุด!รับเฮดจ์ฟันด์ ฝรั่งหนีตายเลิกเก็ง กำไรน้ำมันหันซบตลาดเอเชีย

หุ้นเด้ง 29 จุด!รับเฮดจ์ฟันด์ ฝรั่งหนีตายเลิกเก็ง กำไรน้ำมันหันซบตลาดเอเชีย

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 7 ส.ค.ว่า มีแรงซื้อจากกองทุนต่างชาติทะลักเข้ามาซื้อหุ้นไทยอย่างคึกคัก ดันดัชนีหุ้นทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงตลอดทั้งวันจนมาปิดตลาดที่ระดับสูงสุดของ วันที่ 705.35 จุด บวก 29 จุด หรือ 4.29% ขณะที่มีมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 27,148.75 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างชาติกลับโชว์การขายสุทธิกว่า 834 ล้านบาท ทั้งที่ในช่วงปิดตลาดภาคเช้าต่างชาติยังมียอดซื้อสุทธิอยู่ร่วม 2,500 ล้านบาท นั่นหมายความว่าในช่วงบ่ายต่างชาติได้กลับลำเทขายหุ้นออกมา จนกลายเป็นยอดขายสุทธิ ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศเป็นผู้ซื้อสุทธิกว่า 2,052 ล้านบาท 
นายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒน์กุล  กรรมการบริหารและหัวหน้าส่วนวิจัย บล.ทิสโก้ กล่าวว่า มีเงินไหลกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นทั่วทั้งเอเชียรวมทั้งไทย โดยคาดว่าเป็นเงินที่ไหลออกจากตลาดน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า หลังจากบรรดากองทุนเก็งกำไรต่างชาติ  (เฮดจ์ ฟันด์) ได้กำไรอิ่มหมีพีมันกันถ้วนหน้าจากตลาดดังกล่าวแล้ว เมื่อหมดรอบแล้วจึงโยกเงินกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น ขณะที่บางส่วนยังเป็นการกลับเข้ามาซื้อหุ้นคืนหลังจากที่ก่อนหน้านี้ต่าง ชาติได้ทำชอร์ตเซลล์ขายหุ้นออกมาก่อน 
“ผมมองว่าเงินที่เข้ามาในรอบนี้น่าจะเป็นเพียงระยะสั้น เพราะไม่ใช่เม็ดเงินใหม่ แต่เป็นเงินเดิมที่อยู่ในตลาดหุ้นอยู่แล้วและขายออกไปรอบที่แล้ว และไม่ใช่เงินก้อนใหญ่ โดยคาดว่าจะกลับเข้ามาในหุ้นไทยไม่เกิน 10,000-20,000 ล้านบาท และพร้อมจะโยกเงินก้อนนี้ออกไปได้ทุกเมื่อหากต้องการกลับไปเก็งกำไรราคา น้ำมันและตลาดโภคภัณฑ์ล่วง หน้ารอบใหม่ หรือมีเหตุที่ไม่มั่นใจอื่นๆ โดยรอบที่แล้วต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยไปกว่า 90,000 ล้านบาท กดดัชนีลงไปร่วม 200 จุด”

อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ยอดสุทธิต่างชาติออกมาเป็นขายสุทธินั้น จากการพิจารณาพอร์ตกลุ่มผู้ลงทุนแล้วพบว่าในช่วงเช้าต่างชาติยังมีสภาพเป็น ผู้ซื้อสุทธิร่วม 2,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเข้าซื้อของเฮดจ์ฟันด์ที่ส่งคำสั่ง ผ่านทางยูบีเอส วอร์เบิร์กมากที่สุด รวมทั้ง บล.กิม-เอ็ง ซึ่งมีลูกค้าเฮดจ์ฟันด์หลายรายเช่นกัน ขณะที่พบว่าโบรกเกอร์ต่างชาติรายอื่นๆ กลับเป็นผู้ขายสุทธิออกมาเกือบหมด ซึ่งคาดว่าเป็นการขายสวนหมัดออกมาของกองทุนต่างชาติระยะยาว ประกอบกับนักลงทุนสถาบันในประ- เทศ ก็ได้เข้าไปไล่ซื้อด้วยจำนวนมาก ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการยืนยันได้ว่า เงินฝรั่งที่จะเข้ามารอบนี้ไม่ใช่เงินลงทุนระยะยาวแต่เป็นเงินที่เข้ามาเล่น สั้นที่พร้อมออกไปได้ทุกเมื่อ ขณะที่เม็ดเงินใหม่ที่จะเข้ามาจริงๆนั้น คงต้องรอวิกฤติเครดิตสินเชื่อในสหรัฐฯจบลงก่อน และให้สถานการณ์การเมืองไทยคลี่คลายลงกว่านี้
นายสุชีล นารูลา กรรมการผู้จัดการฝ่ายวิจัย บล.กสิกรไทย กล่าวว่า จะเห็นเงินไหลกลับเข้ามาซื้อหุ้นคืน หลังจากฝรั่งได้ขายหุ้นออกไปก่อนหน้านี้ ซึ่งจะทำให้ตลาดหุ้นไทยช่วง 4-5 สัปดาห์ข้างหน้า จะอยู่ในช่วงขาขึ้นสั้นๆ เพราะปัจจัยลบต่างๆเริ่มคลายลง ทั้ง ราคาน้ำมันลดลงและเงินเฟ้อน่าจะผ่านจุดสูงสุดที่ 9.2% รวมถึงความคาดหวังมาตรการภาครัฐโดยเฉพาะการลดภาษีนิติบุคคล แต่คาดว่าตลาดจะกลับมากังวลอีกครั้งช่วงปิดงวดผลประกอบการไตรมาส 3

ด้านนายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์ กล่าวว่า ผลสำรวจนักวิเคราะห์เกี่ยวกับทิศทางการลงทุนในเดือน ส.ค.ถึง ธ.ค.51 ซึ่งนักวิเคราะห์ได้หั่นเป้าดัชนีลงเหลือ 828 จุด จากเดิม 927 จุด หรือลดลงไป 99 จุด และมองว่าดัชนีปีนี้จะต่ำสุดที่ 628 จุด ในช่วงไตรมาส 3 แต่อาจจะเห็นหรือไม่เห็นก็ได้ ส่วนดัชนีปี 52 จะอยู่ที่ 896 จุด ทั้งนี้การปรับลดเป้าดัชนีเนื่องจากนักวิเคราะห์ให้ น้ำหนักปัญหาทางการเมืองที่ขัดแย้งรุนแรงสูงสุด 

“หากมีการยุบสภาจะเป็นผลบวกต่อการลงทุนเพราะความกลัวเรื่องรัฐประหาร การนองเลือดจะหมดไปและเสียงนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ไม่อยากเห็นการรัฐประหารอีก ซึ่งหากเกิดขึ้นเป็นผลเสียหายอย่างรุนแรง