Saturday, January 5, 2013

.การควบคุมภาวะของอาการ “จิตหลุด” ในการเล่นหุ้น

.....................ดังนั้น นี่จึงเป็นสถานการณ์ซึ่งเกิดขึ้นได้กับนักเล่นหุ้นทุกคน เพียงแต่ว่านักเล่นหุ้นแต่ละคนแต่ละระดับนั้น จะมีการตอบสนองต่อภาวะเช่นนี้ต่างกันไป

...................ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเจอกับภาวะเช่นนี้นักเล่นหุ้น นาย A. อาจจะเกิดความตื่นตระหนกอย่างรุนแรงและเกิดอาการ “จิตหลุด” ตามมาทันที ซึ่งทำให้เขารู้สึกเสียความมั่นใจของเขาไปและผลที่ตามมาก็คือการขาดทุนที่ มากกว่าที่ได้คาดคิดเอาไว้อย่างมากมาย หรือในอีกทางหนึ่งนั้น นาย B. อาจจะเกิดความรู้สึกอยาก “เอาคืน” และเพิ่มน้ำหนักการลงทุนขึ้นอีกเป็นเท่าตัว เนื่องจากเขามั่นใจว่ายังไงซะ การเก็งกำไรครั้งต่อไปของเขาจะสามารถทำให้เขากลับมาเท่าทุนเหมือนเดิมได้


....................แต่แล้วอาการ “จิตหลุด” นี้ก็ยังดังเนินต่อไปพร้อมกับการขาดทุนของเขา และทำให้เขาต้องสูญเสียเงินไปมากกว่าที่เขาได้คาดคิดเอาไว้แต่แรก.. แล้วนักเล่นหุ้นที่ประสบความสำเร็จอย่างนาย C. ล่ะ เขาทำอย่างไรกับภาวะเช่นนี้?



.........การควบคุมภาวะของอาการ “จิตหลุด” ในการเล่นหุ้น

............เมื่อคุณลองคิดไตร่ตรองดูให้ดี คุณจะพบว่า “ทุกครั้งที่อาการ “จิตหลุด” ของคุณได้เกิดขึ้นและคุณสุญเสียการควบคุมสติของคุณไป


.............นั่นจะยิ่งทำให้อาการ “จิตหลุด” ในครั้งต่อไปของคุณเกิดขึ้นเร็วยิ่งกว่าเดิม” นี่เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปเรื่อยๆ จนถึงเวลาหนึ่งที่การเล่นหุ้นกลายเป็นสิ่งที่เจ็บปวดเกินกว่าที่คุณจะทนไหว


.............ซึ่งทำให้คุณไม่อยากเล่นหุ้นอีกต่อไปนั่นเอง

เมื่อลองคิดและไตร่ตรองดูให้ดีอีกครั้ง คุณจะพบว่า

“มันเป็นการดีกว่าที่คุณจะเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ในการเล่นหุ้นของ คุณ แทนที่คุณจะตัดสินใจเลิกเล่นหุ้นไป” เนื่องจากการเลิกเล่นหุ้นเก็งกำไรนั้น ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง เพราะมันไม่ได้ช่วยป้องกันให้คุณไม่คิดที่จะกลับมาลองเก็งกำไรหรือเล่นหุ้น รอบใหม่อีกครั้ง และไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเมื่อคุณต้องเจอกับภาวะขาดทุนติดๆกันอีกครั้ง


................ในการที่จะควบคุมสติของคุณให้ได้ ก่อนที่คุณจะเกิดอาการ “จิตหลุด” ขึ้นมานั้น คือการเอาชนะจิตใจและตัวตนข้างในของคุณให้ได้เสียก่อน คุณต้องทำมันและพาตัวเองกลับมาเดินอยู่ในหนทางที่ถูกต้อง แล้วคุณจะได้กำไรชีวิตจากสิ่งที่คุณทำอย่างคาดไม่ถึง เพราะคุณจะรู้ว่าถึงแม้คุณจะต้องเจอกับช่วงเวลาที่โหดร้าย แต่คุณก็จะมั่นใจในตนเองว่าคุณจะข้ามผ่านมันไปได้ และสามารถควบคุมสติของคุณเอาไว้ได้จนไม่ต้องเกิดการขาดทุนที่มากมายอีกครั้ง



..................วิธีการ ง่ายๆที่จะช่วยคุณได้ คือให้คุณลองนำสิ่งที่คุณเชื่อว่าเป็นหลักหรือแก่นในการเก็งกำไรของคุณ มาเขียนลงในกระดาษโน้ทเล็กๆแปะไว้กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณเอง

................โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้คุณระลึกและตระหนักถึงมัน อยู่ตลอดเวลา ทำให้สิ่งต่างๆเหล่านี้อยู่ในจิตสำนึกของคุณอยู่ตลอดเวลา แทนที่มันจะไปฝังอยู่ในจิตไต้สำนึกของคุณจนลึกเกินไปนั่นเอง แต่จงระวังไว้ว่าทุกๆครั้งที่คุณได้เขียนโน้ทเอาไว้นั้น ขอให้แน่ใจว่าคุณกำลังเขียนแนวคิดลงไป ไม่ใช่วิธีการ จงอย่ายึดติดกับ”วิธีการ” จนเป็นการทำให้ปัญหาของคุณนั้นย่ำแย่ลงไปกว่าเดิม


..............ยกตัวอย่างเช่น ลองคิดถึงช่วงเวลาที่อารมณ์ของคุณนั้นพลุ่งพล่านจากการที่คุณได้เกิดการขาด ทุนติดๆกัน ภายในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นกำลังเคลื่อนไว้อยู่ในกรอบแคบๆดู แล้วลองเขียนโน้ทลงไปในลักษณะคำพูดแบบนี้ครับ


“อารมณ์บ้าๆนี้อาจจะมาจากการขาดทุนติดๆกันอย่างรวดเร็วของเรา และการขาดทุนติดๆกันอย่างรวดเร็วนี้อาจมาจากการที่เราพยายามเล่นหุ้นในช่วง เวลาที่ตลาดหุ้นกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบๆนี้ก็ได้ หรือเราอาจกำลังเล่นหุ้นบ่อยเกินไปก็ได้ และไม่มีอะไรที่ได้ผิดพลาดไปในระบบของเราหรอก ตราบใดที่เรายังเล่นหุ้นได้ตามระบบของเราอยู่ ทุกอย่างก็ยังคงปกติและเราก็ยังเล่นหุ้นได้ดีอยู่เหมือนเดิม”


เอาล่ะ หรือไม่คุณอาจลองเปลี่ยนเป็นประโยคอีกประโยคหนึ่ง ซึ่งเขียนออกมาในสถานการณ์เดียวกันดู


“อย่าเป็นไอ้โง่ที่เล่นหุ้นโง่ๆบ่อยเกินไปสิฟะ! เหมือนกับว่ากลัวที่จะขาดทุนในวันนี้เสียเหลือเกิน อย่าทำเหมือนกับทุกๆวันที่ผ่านมา ไม่งั้นเรื่องแบบนี้มันก็จะเกิดขึ้นอีกเรื่อยๆ และไม่จำเป็นต้องรีบร้อนที่จะเล่นหุ้นเกินไปถ้ายังคิดจะเล่นในหุ้นแบบเดิมๆ อีก”


จงรักษา “สติ” ของคุณเอาไว้


“รักษาสติเอาไว้” คือประโยคต่อไปในกระดาษโน้ทของคุณ


อีกวิธีหนึ่งซึ่งคุณสามารถทำได้นั้น คือโดยการเขียนโน้ทซึ่งคุณพอจำได้ว่าก่อนที่อาการ “จิตหลุด” ของคุณจะเกิดขึ้นนั้น ได้เกิดอะไรขึ้นมาบ้าง ยกตัวอย่างเช่น หายใจเร็วขึ้น, เหงื่อออกเยอะ, บิดตัวไปมาอยู่บนเก้าอี้ หรืออาการนั่งไม่ลง และหลังจากที่อาการ “จิตหลุด” ของคุณเริ่มรุนแรงขึ้น เช่น โวยวาย, ขว้างปาสิ่งของ หรือทำลายข้าวของ จนในที่สุดเมื่อคุณเกิดเอาการ “จิตหลุด” แบบเต็มขั้นหรือการตื่นตระหนกอย่างสุดขีด


..............แน่นอนว่ามันคงจะมีลิสท์รายละเอียดของอาการที่เกิดขึ้นมา อย่างยาวเหยียดเลยทีเดียว แต่การที่คุณสามารถที่จะตระหนักถึงมันได้เมื่อมันเกิดขึ้นมานั้น อาจช่วยให้คุณเริ่มที่จะสามารถควบคุมมันเอาไว้ได้ ก่อนที่มันจะควบคุมตัวของคุณแทนนั่นเอง



คอยตระหนักอยู่ตลอดเวลา
..............คุณควรต้องรู้ถึงสิ่งที่มีศักย์ภาพที่จะก่อให้เกิดอาการ “จิตหลุด” ของคุณ มันเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการที่คุณจะยอมรับว่าตัวของคุณนั้นมี “อารมณ์” ข้องเกี่ยวอยู่เสมอ และจงอย่าพยายามที่จะมองข้ามมันไป หรือพยายามเก็บมันซ่อนเอาไว้เพราะคุณมองว่ามันคือสิ่งที่แสดงถึงความอ่อนแอ ของคุณ เพราะนี่จะเป็นสิ่งที่จะทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่

..............คุณเป็นมนุษย์! มนุษย์ทุกคนมีอารมณ์ และอารมณ์จะเข้มข้นขึ้นเมื่อสถานการณ์ต่างๆนั้นเริ่มบีบคั้นขึ้นมา ดังนั้น คุณอาจไม่จำเป็นที่จะต้องรู้หรอกว่าคุณจะทำอะไรเมื่อคุณ “จิตหลุด” และสูญเสียการควบคุณขึ้นมา


...............แต่คุณจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ หรือจำให้ได้ว่าคุณจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้อาการ “จิตหลุด” นั้นเกิดขึ้นมาอีกครั้ง คุณจำเป็นต้องรู้ว่าอะไรที่จะช่วยให้คุณมี “สติ” อยู่เท่าที่คุณจะสามารถทำได้ ในช่วงเวลาแย่ๆของการเล่นหุ้นซึ่งจะเกิดขึ้นในอนาคต คุณจำเป็นต้องรู้ว่าอะไรจะช่วยให้คุณ “กลับมา” มีสติขึ้นอีกครั้ง

แล้วนักเล่นหุ้นที่ประสบความสำเร็จนั้นทำอะไรบ้าง?


................นักเล่นหุ้นที่ประสบความสำเร็จนั้น คือนักเล่นหุ้นที่สามารถที่จะควบคุม ”สติ” ไม่ว่าจะในสถานการณ์ที่เขามีกำไรหรือขาดทุน และมี “สติ” อยู่ในทุกๆเวลา การมี “สติ” นั้นเป็นส่วนสำคัญในการที่จะช่วยในการควบคุมอารมณ์ไม่ให้เกิดอาการณ์ “จิตหลุด “ ในการเล่นหุ้นขึ้นมา


.....................นักเล่นหุ้นที่ดีนั้นสามารถที่จะประเมิณการขาดทุน ของเขาในรูปแบบของการเกิดขึ้นตามธรรมดาของระบบการลงทุน และนักเล่นหุ้นที่ดีนั้นจะสามารถเล่นหุ้นได้ตามระบบที่ดีของเขาได้ไม่ว่าจะ ต้องเจอกับช่วงเวลาเลวร้ายเพียงใด และถึงแม้พวกเขาจะเกิดการขาดทุนขึ้นมา พวกเขาก็จะเข้าใจว่ามันต้องเกิดขึ้น พวกเขายอมรับกับ “ความน่าจะเป็น” ที่มันจะต้องเกิดขึ้น และทำตามระบบต่อไป ซึ่งการซื้อ-ขายครั้งต่อไปนั้นอาจจะทำกำไรให้พวกเขาก็ได้

จิตวิทยาการลงทุน

....................บทความนี้ค่อนข้างยาวเสียหน่อย แต่น่าจะมีประโยชน์กับนักเล่นหุ้น หรือแม้แต่นักลงทุนทุกคนเช่นเคย ต้องขอบคุณที่อ่านจนจบครับ และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนผ่านช่วงเวลาที่ไม่ค่อยเอื้ออำนวยต่อการลงทุนอย่าง นี้ไปได้ด้วยดีนะครับ ขอบคุณที่ติดตาม










ภาวะอาการ “จิตหลุด” ของนักเล่นหุ้น

การขาดทุนติดๆกัน และภาวะอาการ “จิตหลุด” ของนักเล่นหุ้น โดย Barry Lutz
ในช่วงที่ตลาดหุ้นเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบๆ หรือเคลื่อนไหวอยู่ในแนวโน้มขาลงนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำกับนักเล่นหุ้นทุกคนนั้น คือการขาดทุนที่มักจะเกิดขึ้นติดๆกันเป็นระยะ สิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงนี้คือการควบคุมอารมณ์และสติของเราให้มั่นคง เพื่อที่จะรักษาวินัยในการลงทุนเอาไว้ และในวันนี้ผมได้นำวิธีการง่ายๆที่อาจช่วยให้คุณควบคุมอารมณ์และสติของคุณ ได้ดียิ่งขึ้นเมื่อต้องเจอกับตลาดที่ไม่เอื้ออำนวยครับ


..................คุณได้เข้าซื้อหุ้นไปสักพักหนึ่ง หลังจากนั้นไม่นานมันก็เริ่มดิ่งหัวลง หลังจากนั้นคุณจึงตัดสินใจครั้งใหม่ที่จะ Short หุ้น แต่หลังจากนั้นไม่นานมันก็เด้งขึ้นทันที นับรวมแล้วก็เป็นอันว่าคุณขาดทุนติดกัน 2 ครั้งเสียแล้ว และมันทำให้คุณรู้สึกค่อนข้างลังเลขใจเล็กน้อย นั่นทำให้คุณรู้สึกแหยงๆที่จะไม่เทรดหุ้นในสัญญาณครั้งต่อไป และเป็นอย่างที่คุณคิดเอาไว้

...................นั่นเป็นสัญญาณที่ทำให้คุณได้กำไร! เอาล่ะสมมุติว่ามันแย่กว่านั้นอีก คุณตัดสินใจไล่ซื้อตามมันไป ซึ่งหลังจากที่คุณได้ไล่ซื้อมันไปไม่นานนัก มันก็ดิ่งหัวลงมาและทำให้คุณขาดทุนอีกครั้ง สรุปแล้วในขณะนี้คุณขาดทุนติดกันถึง 3 ครั้งแล้ว.........


.....................คุณอาจคิดว่า “โอเค.. ลองอีกครั้งก็ได้ฟระตรู เรื่องอย่างนี้มันเกิดขึ้นได้เสมอแหละวุ้ยยยย”


..................ในครั้งนี้ คุณตัดสินใจอย่างฉลาดสุดๆ คุณสังเกตได้ว่าตลาดนั้นวิ่งอยู่กรอบแคบๆ มันจะเด้งขึ้นเมื่อเจอกับแนวรับ และเด้งลงเมื่อเจอกับแนวต้าน ดังนั้นในครั้งต่อไป คุณจึงตัดสินใจที่จะซื้อ-ขายเมื่อมันวิ่งไปชนกับกรอบราคา แทนที่จะเล่นด้วยระบบเดิมๆของคุณ


.................ต่อมานั้น ตลาดได้วิ่งไปคลอเคลียอยู่แถวแนวรับ ซึ่งมันเข้าทางกับแผนการที่คุณได้วางเอาไว้ คุณจึงตัดสินใจ “ซื้อมันซะเลย” แต่แทนที่มันจะเด้งขึ้นเหมือนอย่างที่ผ่านมา ราคาของหุ้นกลับดิ่งทะลุแนวรับไปเสียนี่.. และนี่ไม่เพียงทำให้คุณขาดทุนติดๆกันถึง 4 ครั้ง แต่นี่เป็นการขาดทุนจากการที่คุณแหกระบบที่ดีที่สุดระบบหนึ่งของคุณไป เท่านั้นยังไม่พอ มันยังเป็นสัญญาณที่หากว่าคุณทำตามระบบไปละก็ กำไรในคราวนี้จะกลบการขาดทุนใน 3 ครั้งที่ผ่านมาทั้งหมดเลยทีเดียว


................เอาล่ะ เมื่อมาถึงตอนนี้คุณจะทำอย่างไรต่อไป.. “เลิกเล่น?” แล้วพยายามยับยั้งชั่งใจไม่ให้ตัวเองหลงผิดมาเก็งกำไรครั้งใหม่.. โยนคอมพิวเตอร์ทิ้งไปนอกบ้านซะเลย แล้วลืมๆมันไปซะ… นี่เป็นสัญญาณที่กำลังบอกคุณว่า คุณกำลัง “จิตหลุด” แล้วหละครับ



อะไรคือภาวะ “จิตหลุด”

...............ผมคิดว่าภาวะของอาการ “จิตหลุด” นั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากการที่คุณนั้นได้ยอมรับว่า “การขาดทุนเป็นส่วนหนึ่งของระบบการลงทุนและการเก็งกำไร” ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ แต่การขาดทุนที่สะสมติดต่อกันนั้น ได้ค่อยๆทำให้คุณสะสมความกดดันจนไปถึงจุดหนึ่งที่คุณนั้นไม่สามารถที่จะยอม รับมันได้อีกแล้วนั่นเอง


..............ซึ่งภาวะอาการ “จิตหลุด” กะทันหันนี้ ทำให้คุณนั้นหน้ามืดและมองข้ามระบบการลงทุนของคุณไป และถูกแทนที่ด้วยอารมณ์จากผลการซื้อ-ขายในครั้งที่ผ่านๆมานั่นเอง และถึงแม้ว่าการ “เลิกเล่น” นั้นจะเป็นสิ่งเดียวที่ดูจะเหมาะสมในช่วงเวลาอย่างนี้ แต่อาการ “จิตหลุด” ของคุณนั้น


...............อาจจะทำให้คุณทำในสิ่งที่คุณไม่คาดคิดไปตามอารมณ์ของคุณ ก็เป็นได้ และมันอาจเป็นไปอย่างนั้นจนถึงจุดๆหนึ่งซึ่งมันหมดหวังเต็มที จนทำให้คุณนั้นไม่สามารถรับมันได้อีกต่อไปและจำเป็นต้อง “เลิกเล่น” ไปโดยปริยาย


................อย่างไรก็ตาม บทความนี้นั้นไม่ได้พยายามที่จะพูดถึงเรื่องของอารมณ์และการเก็งกำไรของคุณ หรือเกี่ยวกับเรื่องของความกลัวซึ่งคอยขัดขวางนักเล่นหุ้นหรืออะไรเทือกๆ นั้น เพราะอย่างที่เรารู้ๆกันว่า อารมณ์นั้นเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการเก็งกำไรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และคุณต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมมัน หรือไม่เช่นนั้นคุณก็ต้องเลิกเก็งกำไรซะ


...............นี่เป็นบทความที่เกี่ยวกับการที่โดยปกติแล้วคุณนั้น สามารถที่จะควบคุมอารมณ์และสติของคุณในการเก็งกำไรได้เป็นอย่างดี แต่แล้วจู่ๆก็กลับมีบางสิ่งบางอย่างมาทำให้นักเล่นหุ้นอย่างเราๆเสียการควบ คุมไป และเกิดอาการ “จิตหลุด” ขึ้นมานั่นเอง ซึ่งผลจากการขาดทุนติดๆกันหลายๆครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขาดทุนซึ่งเกิดจากการแหกระบบของนักเล่นหุ้นเองนี่เอง ที่เป็นต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นนี้


..............นี่ไม่ใช่สิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้เฉพาะกับนักเล่นหุ้น หน้าใหม่ หรือนักลงทุนระดับล่างๆ เนื่องจากมันเป็นเรื่องที่จะต้องเกิดขึ้นกับนักเล่นหุ้นทุกคน ซึ่งไม่ว่าใครก็มีสิทธิที่จะต้องเจอกับช่วงเวลาที่ไม่ว่าเราจะทำอะไรไป ทุกอย่างก็ดูจะผิดที่ผิดทางไปเสียหมด และนั่นทำให้เราเกิดการขาดทุนติดๆกันหลายๆครั้งขึ้นมา







ตลาดหุ้น สอนประสบการณ์ที่ตรง การควบคุมอารมณ์

ตลาดหุ้น สอนประสบการณ์ที่ตรงกับ ทฤษฎีนี้มาให้ เลยนำมาถ่ายทอด
อาจจะเป็นประโยชน์ในการลงทุน หรือ เล่นหุ้น แล้วแต่นะครับ

ลองอ่านกันดู

การควบคุมอารมณ์
(Emotional Control)

1. องค์ประกอบของอารมณ์ 2. การควบคุมอารมณ์และการจัดการอารมณ์


อารมณ์ หมายถึง การแสดงออกของภาวะจิตใจที่ได้รับการกระทบหรือกระตุ้นให้เกิดมีการแสดงออกต่อ สิ่งที่มากระตุ้น อารมณ์สามารถจำแนกออกได้ 2 ประเภทใหญ่ คือ
1. อารมณ์สุข คือ อารมณ์ที่เกิดขึ้นจากความสบายใจ หรือ ได้รับความสมหวัง
2. อารมณ์ทุกข์ คือ อารมณ์ที่เกิดขึ้นจากความไม่สบายใจ หรือ ได้รับความไม่สมหวัง
ผลแห่งอารมณ์ ไม่ว่าอารมณ์สุข หรือ อารมณ์ทุกข์ จะทำให้ร่างกายเปลี่ยนแปลงไปจากปกติและจะมีการแสดงออกของพฤติกรรมและความ รู้สึกตามอารมณ์ที่เกิดขึ้น
1. องค์ประกอบของอารมณ์

อารมณ์จะประกอบไปด้วยองค์ประกอบ 3 ประการ คือ
1. องค์ประกอบด้านสรีระ (Physiological dimension) หมายถึง การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ทางร่างกายที่จะต้องเกิดขึ้นควบคู่กับปฏิกิริยาทางอารมณ์ เช่น หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อออกตามร่างกาย หรือ ใบหน้าร้อนผ่าว เป็นต้น อารมณ์ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสรีระได้มากที่สุดคือ อารมณ์กลัว และ อารมณ์โกรธ อารมณ์กลัวจะก่อให้เกิดการหลั่งของฮอร์โมน แอดรีนาลีนจากต่อมแอดรีนัล (Adrenal gland) ส่วนอารมณ์โกรธ จะก่อให้เกิดการหลั่งของฮอร์โมน นอร์แอดรีนาลีน (Noradrenalin)
2. องค์ประกอบทางด้านการนึกคิด (Cognitive dimension) หมายถึง การมีปฏิกิริยาด้านจิตใจที่เกิดขึ้นต่อสถานการณ์ที่กำลังเป็นอยู่และเกิด เป็นอารมณ์ขึ้นมา เช่น ชอบ -ไม่ชอบ หรือ ถูกใจ- ไม่ถูกใจ เป็นต้น
3. องค์ประกอบทางด้านการมีประสบการณ์ (Experiential dimension) หมายถึง การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นภายในจิตใจของแต่ละบุคคลซึ่งจะมีความแตกต่างกันไป
อารมณ์เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถสัมผัสและสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน แต่เราสามารถรู้สึกถึงสภาวะทางอารมณ์ของบุคคลที่แวดล้อมเราอยู่ได้ เช่น อาจสังเกตได้จากพฤติกรรมที่มิได้แสดงออกเป็นภาษาหรือคำพูด (Nonverbal language) เช่น การแสดงออกทางสีหน้า ท่าทาง แต่อาจเกิดความสับสนในการตีความหมายได้ เพราะสังคมแต่ละแห่งอาจมีการแสดงออกทางอารมณ์ที่ไม่เหมือนกัน เช่น การแลบลิ้นให้ บางกลุ่มชนจะถือว่าเป็นการทักทาย แต่ในสังคมจีน ถือว่าเป็นการแสดงอารมณ์แปลกใจ หรือประหลาดใจ เป็นต้น

อารมณ์ของมนุษย์จะเริ่มมีขึ้นนับตั้งแต่เกิด ซึ่งนักจิตวิทยาพบว่าอารมณ์แรกของมนุษย์นั้นคือ อารมณ์ตื่นเต้น ทารกอายุ 3 เดือน จะมีเพียง อารมณ์เศร้า และอารมณ์ดีใจ ส่วนอารมณ์ที่มีความสลับซับซ้อนจะปรากฏมากขึ้นตามวุฒิภาวะ อารมณ์ก้าวร้าวและรุนแรงเป็นผลมาจากการที่บุคคลเกิดความคับข้องใจหรือความ รู้สึกว่าตนถูกกดขี่อยู่ตลอดเวลา ดังนั้นมนุษย์ทุกคนจึงต้องเรียนรู้วิธีการควบคุมอารมณ์ของตนให้ถูกต้องตาม กฎเกณฑ์ที่สังคมแต่ละแห่งได้กำหนดไว้ ก็จะทำให้ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขยิ่งขึ้น




2. การควบคุมอารมณ์และการจัดการอารมณ์

ในวัน ๆ หนึ่ง เราไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่าเราจะได้เจอกับอารมณ์ที่เข้ามาให้เรารับรู้อย่าง ไรบ้าง แล้วเราก็ไม่รู้ว่าเมื่อสิ่งนั้นๆ เข้ามาให้เรารับรู้แล้ว เราจะมีอารมณ์และความนึกคิด ที่จะแสดงพฤติกรรมโต้ตอบออกไปอย่างไร ฉะนั้นเมื่อเราไม่สามารถล่วงรู้สถานการณ์ได้ เราก็ควรหมั่นฝึกให้มีสติ คือระลึกรู้อยู่เสมออย่าประมาณในการดำเนินชีวิต เมื่อมีอะไรเข้ามากระทบทำให้เราเกิดความคิดและอารมณ์ที่ไม่ดี ก็ควรจะใช้สติในการขบคิดพิจารณา เพื่อให้เราเท่าทัน และไม่ต้องตกเป็นทาสของอารมณ์นั้น โดยการกำหนดอารมณ์และความรู้สึกของเราไม่ให้ส่งผลไปถึงการแสดงออกในทางที่ ไม่เหมาะไม่ควร วิธีควบคุมอารมณ์ของเราอาจทำได้หลายวิธี ได้แก่



1. ให้มีสติอยู่เสมอเพื่อควบคุมอารมณ์ที่รุนแรงให้คลายลง


เช่น อารมณ์วิตกกังวล อารมณ์โกรธ อิจฉาริษยา การใช้อารมณ์ของคน หากใช้เพียงเล็กน้อยแล้วพยายามควบคุมมันให้ได้โดยใช้ “สติ” หรือหลักธรรมะเข้ามาช่วยในการเผชิญกับเหตุการณ์หรือปัญหาต่าง ๆ ก็จะทำให้เหตุการณ์หรือปัญหาต่าง ๆ นั้นเป็นไปในทางที่ดีขึ้นได้ ในทางตรงกันข้ามหากผู้ใดใช้อารมณ์มากหรือรุนแรงเกินไป ก็อาจจะทำให้เหตุการณ์หรือปัญหาต่าง ๆ ที่เผชิญอยู่กลับเลวร้ายลงไปได้เช่นกัน

2. ใช้คำพูดแสดงความรู้สึกแทนการกระทำ (เทคนิคการแสดงออกที่เหมาะสม)

เช่น โกรธเพื่อนที่ผิดนัด ไม่ควรแสดงออกโดยการตำหนิดุด่าแต่ควรใช้คำพูดแทนว่า “ฉันโกรธมากที่เธอผิดนัดเมื่อวาน” หรือ ถูกเพื่อนตำหนิบางเรื่องที่ทำให้โกรธ ก็ไม่ควรแสดงออกโดยการทะเลาะกับเพื่อน แต่ควรใช้คำพูดแทนว่า “คำพูดของเธอทำให้ฉันรู้สึกโกรธมากและมันจะทำลายความเป็นเพื่อนของเราด้วย” เป็นต้น


3. ให้ยืดเวลาออกไปก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป


หรือพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดอารมณ์รุนแรงหรืออารมณ์เสีย บางคนอาจใช้วิธีการนับหนึ่งถึงสิบ หรือถึงร้อยในใจเพื่อยึดเวลาให้อารมณ์ที่รุนแรงลดลง จะช่วยให้การแสดงออกที่รุนแรงลดลงไปได้ หรืออาจจะใช้วิธีออกจากเหตุการณ์ตรงนั้นไปก่อน รอให้อารมณ์ลดความรุนแรงลงแล้วจึงกลับมาเผชิญเหตุการณ์นั้นอีกครั้ง ก็จะทำให้เรามีสติมากขึ้นในการตัดสินใจกระทำสิ่งต่าง ๆ ลงไป


4. ใช้การข่มใจ การให้อภัยและมองโลกในแง่ดี


ให้คิดถึงผลที่จะเกิดขึ้นถ้าเราแสดงอะไรออกไปด้วยอารมณ์ที่รุนแรง รู้จักให้อภัยและพยายามฝึกมองสิ่งที่เกิดขึ้นต่าง ๆ ในด้านดีเสมอถ้าทำได้ จะทำให้เรามีอารมณ์ที่เป็นสุขมากยิ่งขึ้น หรือถ้าข่มใจไม่อยู่จริง ๆ ก็อาจใช้วิธีระบายออกโดยการเลี่ยงไปแสดงออกกับสิ่งอื่น ๆ แทนก็ได้ เช่น เขียนระบายอารมณ์ ในกระดาษ แอบร้องไห้ปลดปล่อยอารมณ์ หรือต่อยตีกระสอบทราย (อาจใช้ตุ๊กตาแทน) แต่อย่าให้กลายเป็นการทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น


5. เมื่อมีเรื่องทุกข์ใจหรือเครียดควรปรึกษาเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้หรือผู้ใหญ่ที่เราให้ความเคารพนับถือ


การที่คนเรามีความทุกข์หรือความเครียดแล้วเก็บกดไว้ในใจตนเองอยู่เสมอ เปรียบเสมือนลูกโป่งที่ถูกอัดอากาศเข้าไปเรื่อย ๆ หากไม่มีการปลดปล่อยลมออกมาเสียบ้าง ไม่นานลูกโป่งก็จะแตก เช่นเดียวกันหากคนเรามีแต่ความทุกข์เก็บสะสมไว้มากเกินไป สักวันหนึ่งก็อาจจะกลายเป็นโรคประสาท หรือโรคจิตต่อไปได้ จึงควรปลดปล่อยความทุกข์ที่มีอยู่ออกไปเสียบ้าง



..................คนที่ควบคุมอารมณ์ให้เป็นปกติได้เร็วจะช่วยให้สามารถ ดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขยิ่งขึ้นและจะส่งผลให้ทุกคนที่อยู่รอบตัวมี ความสุขไปด้วย




การลงทุนแบบนักล่าสมบัติ

การลงทุนแบบนักล่าสมบัติ

สำหรับบ้านสวนยางวันหยุดสบายๆขอโม้ไร้สาระสักวัน
กฎ3ข้อพื้นฐานการลงทุนพูดไปแล้ว
ไม่ว่าจะทำไรเราต้องรู้ข้อเท็จจริงในเรื่องนั้นก่อน
เราจึงควรทำ ถ้าทำพลาดก็ยังให้อภัยตัว เองได้
ที่ไม่ได้ประมาทและสามารถประเมินความผิดพลาดได้

มาดูความจริงในสนามลงทุน
มันเหมือนเราเข้าสู่สนามการต่อสู้ทางการเงิน
แพ้ชนะวัดกันที่กำไรขาดทุน
สังเวียนที่มีเราฝ่ายหนึ่งกับอีกฝ่านเป็นใครไม่รู้
อีกจำนวนมาก
ไม่จำกัดรุ่น(อายุ) น้ำหนัก(เงิน) ความรู้ ปสก. เพศและความสามารถ จริงๆแล้วไม่จำกัดวิธีต่อสู้อีกด้วย เช่นแทคทีมก็ได้(กองทุน)
มีเพียงกติกาการต่อสู้และกรรมการ(กลต.)ดูอยู่ห่างๆแบบห่วงๆ
ห่างๆ มักทำให้ล่าช้าต่อเหตุเสมอ
ห่วงๆคือพร่ำเตือนให้นักลงทุนระวังการลงทุนมีความเสี่ยง
ในสนามใหญ่ยังมีสนามย่อยให้เลือก(หุ้นแต่ละตัว)
ดังนั้นแต่ละสนามย่อยก็จะมีนักต่อสู้ที่ต่างกันไป
เมื่อสังเวียนต่อสู้เป็นแบบนี้ เราจะลงสนามยังไงไม่ให้แพ้
ในความเห็นส่วนตัว
ประการแรก ปลอดภัยไว้ก่อน(อย่าให้ขาดทุน)*สำคัญที่สุด
เพราะคู่ต่อสู้เรามากมายไม่รู้ได้เปรียบเสียเปรียบเราแค่ไหน
ประการที่2 ไม่ต้องรีบเข้าสนามเมื่อเรามีเวลามากมาย
ศึกษาสนามให้ดีให้รู้ข้อเท็จจริงในสนามให้มากที่สุด
รู้จักคู่ต่อสู้ให้มากที่สุด(ลักษณะการเคลื่อนไหวราคา)
เตรียมตัวให้พร้อมที่สุดเพื่อไม่ให้เป็นหมูสนาม
ประการที่3ขณะอยู่ในสนามต้องตื่นตัวเสมอ
เพราะเหตุการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
คือต้องติดตามข่าวคู่ต่อสู้และการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในสนามถ้าคุณหยุดนิ่งวางใจคุณอาจแพ้ได้ทันที
ถ้าได้เปรียบก็รักษาระดับไว้(ปล่อยให้กำไรวิ่งไป)จนกว่า..
ถ้าเสียเปรียบแน่พร้อมหนี(หยุดขาดทุน)ทันทีหรือเปลี่ยนตัวเล่น
ประการที่4 ใช้วิธีต่สู้ที่เราถนัดและชำนาญที่สุด
ก็เราไม่รู้สู้อยู่กับใครเก่งแค่ไหนจึงไม่ต้องออมมือ
วิธีที่จะใช้ต่อสู้ก็มีมากมายทั้งตำรา อาจาร์สำนักต่างๆ
มวยวัด มวยมั่ว มวยมีพี่เลี้ยง มวยมีแบบฉบับ/ไม่มีแบบฉบับ

-vi เป็นวิธีหนึ่งที่เล่นแบบดูคุณค่าเล่นกันยาวๆปิดตาข้างนึง
ไม่ต้องสนราคาที่เปลี่ยนแปลง
-เล่นตามเทคนิค ก็เป็นอีกวิธีนึงเชื่อว่าราคาในอดีตบ่งบอกอนาคาตดได้(แนวโน้ม)กลุ่มนี้มี2แบบ
1.ไม่สนพื้นฐานเทคนิคอย่างเดียว(ปิดตาข้างนึง)
2.ดูพื้นฐานด้วย(หลี่ตา)คือถ้าพลาดก็เป็นvi
-เล่นแบบนักล่า เน้นพื้นฐานดูพื้นฐานที่เด่น/เติบโต
ในระยะอันไม่นานหรือเล่นข่าวที่จะทำให้มีอนาคตสดใสฯ
-เล่นแบบมั่วๆตามเขาไป อันนี้ไม่ต้องอธิบายเลย
-เล่นแบบผสมผสาน จากแบบข้างต้น
-แบบอื่นๆ ยังคิดไม่ออก ท่านที่เข้ามาอ่านช่วยคิดต่อนะครับ แลกเปลี่ยนกันครับ
เย็นนี้จะกลับมาคิดต่อและจะมาสรุปว่าวิธีไหนเป็นอย่างไร
แล้วที่ผมใช้เป็นแบบไหน ผลเป็นไง



คาระวะพี่เสือ งามๆ สักสามคราครับ
เมื่อวานถึงวันนี้ งานเข้ามา Family ดีใจครับ
Hppy Birhtday ลูกสาว 14.11.53
หุหุ จันทร์ 15.11.53 ตามด้วยการรับพระราชทานปริญญาโท
คงไม่มีอะไรสุขใจเท่า เห็นคนในครอบครัว
ประสบความสุข ความสำเร็จละครับ สั้นๆ ครับที่หายไป

กลับมาอีกที ตามควันหลง เป็นกระทงหลงทาง ก่อนจะลอยกระทง

ทั้งน้ำท่วม ทั้งพายุเซทเทรด และ พายุเซทดัชนี
กับไต้ผุ้น ป้าแต้ว และอาเจ้ ลูกสาวป้า ว่ากันเสียจนต้อง
มาพลิกกระบวนท่า พลิกตำราไม่ทัน เลย

สัปดาห์ที่ผ่านมา

พูธ ดีใจ ได้เห็นเขียว พฤหัสบดี ได้วิ่งเปี้ยว ศุกร์มีเสียวไส้
ได้ลุ้น เซท เห็น เก้าร้อยครับ

สำหรับคาวบอยหน้าชั้น คุณgoldrush อย่ากระโดดสูงนะครับ

บังข้างหลัง 55555




เริ่มต้นลงทุนอย่างไรจึงจะไม่เสี่ยง เลี่ยงขาดทุน ทวีคูณกำไร

เริ่มต้นลงทุนอย่างไรจึงจะไม่เสี่ยง เลี่ยงขาดทุน ทวีคูณกำไร



สอนมือใหม่หัดเล่นหุ้นให้รวย แนะนำการเล่นหุ้นอย่างถูกวิธีโดยมืออาชีพ

*ไม่จำเป็นต้องมีเงินแสนเงินล้านก็เริ่มเล่นหุ้นได้
*แต่!อย่าเสี่ยงเข้ามาลองผิดลองถูกในตลาดหุ้น
*อย่าเป็นคนเสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย สุดท้ายเสียหายหลายแสน
*ลงทุน-เล่นหุ้นก็เหมือนทุกอย่างในโลกนี้ต้องเรียนรู้ก่อน
*สอนทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ วันเดียบจบ
*สอนตั้งแต่ไม่รู้เรื่องจนลงทุนเป็น

เรียนรู้ก่อนลงสู่สนามจริง ต้องทำอย่างไรในการเริ่มต้นเล่นหุ้น

*สอนในห้องค้าจำลอง ใช้ภาษาง่ายๆเข้าใจเร็ว
*สอนตั้งแต่เปิดบัญชีซื้อขายเบื้องต้น ไปจนเริ่มต้นการซื้อขายให้ถูกวิธี
*สอนคัดหุ้นเด่นเล่นแล้วรวยด้วยตัวท่านเอง
*สอนจังหวะเข้า-ออกทำกำไรงาม พร้อมตัวอย่างจริง
*เหมาะกับทั้งมือใหม่ หรือผู้ลงทุนที่ไม่รู้วิธีที่ถูกต้อง(เลือกหุ้นเด่นไม่เป็น ซื้อขายผิดจังหวะตลอด ติดหุ้นประจำ)
*เหมาะกับผู้เริ่มต้นวัยเยาวชน ไปจนถึงคนเกษียณอายุ
*ด้วยค่าเรียนคุ้มค่าที่สุดเพียงท่านละ3,000บาท หรือครอบครัวละ5,000บาท
*สอนโดย อ.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ผู้ดำเนินรายการเพื่อนนักลงทุน TRUE VISION 7 และประธานบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น จำกัด


*สำรองที่นั่ง จำนวนจำกัด รุ่นละ 10 ครอบครัว ไม่เกิน 20 ท่านเท่านั้น โทร.029275800(เรียนเฉพาะวันเสาร์ หรือวันอาทิตย์)

กำหนดการเรียน สอนมือใหม่หัดเล่นหุ้นให้รวย

ที่ ห้องอบรมเชิงปฏิบัติการ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น จำกัด ถนนรามคำแหง 160
ภาคเช้า-ภาคทฤษฎี

08.30 น. ลงทะเบียน
09.00-10.45 น. อาจารย์ณัฐวุฒิบรรยาย สอนมือใหม่หัดลงทุน

-การลงทุนในตลาดหุ้น ต่างกับการเล่นพนันอย่างไร?
-การลงทุนในตลาดหุ้นคืออะไร ทำไมจึงควรเอาจริง ไม่ใช่”เล่น”หุ้น
-ประสบการณ์จริงของผู้ประสบความสำเร็จร่ำรวยจากตลาดหุ้น และประสบการณ์จริงของผู้ที่ล้มเหลวเสียหายขาดทุนจากตลาดหุ้น
-ความเข้าใจผิดๆเกี่ยวกับการลงทุนหุ้น ที่ทำให้ล้มเหลวเสียหาย
-ทำไมเราจึงควรลงทุน
-เริ่มต้นการลงทุนอย่างไร ต้องใช้เงินเบื้องต้นเท่าไหร่
-ปัจจัยความสำเร็จหรือล้มเหลวในการลงทุน
-ช่อง ทางการลงทุนหุ้น รู้จักกับตลาดหุ้น,ตราสารหนี้,กองทุนรวม,กองทุนLTF-RMF และตราสารอนุพันธ์อย่างง่าย พร้อมกับวิธีการลงทุนในแต่ละช่องทาง พร้อมตัวอย่างของจริง
-รู้จักขั้นตอนการซื้อขายลงทุนในตลาดหุ้น และตลาดอนุพันธ์
-วิธีการลงทุนแบบต่างๆ เช่น การลงทุนเพื่อรับเงินปันผล,การลงทุนเพื่อหากำไรส่วนต่าง,การลงทุนแบบเก็งกำไรระยะสั้น
-กฎไปสู่ความสำเร็จร่ำรวย และข้อห้ามเพื่อไม่ให้เสียหายจากการลงทุนหุ้น
-Do & Don’tในการลงทุน
-คุณสมบัติ 8 ข้อไปสู่ความร่ำรวยมั่งคั่ง
10.45-11.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง

11.00-12.00 น. คุณอุบลรัตน์ นนท์ธนสิน เจ้าหน้าที่การตลาดอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)จำกัด (มหาชน)
บรรยายการเปิดบัญชีซื้อขายหุ้น และตลาดอนุพันธ์
-การเปิดบัญชีซื้อขายหุ้น
-การเปิดบัญชีซื้อขายตลาดอนุพันธ์ เช่น ดัชนีหุ้นล่วงหน้า และตลาดค้าทองคำล่วงหน้า
-ขั้นตอนการสั่งซื้อ หรือคำสั่งขาย
-วิธีการซื้อหรือขายเพื่อทำกำไร หรือตัดภาวะขาดทุนไม่ให้ติดหุ้น
-วิธีการซื้อขายทางอินเตอร์เน็ตด้วยตัวเอง

12.00-13.00 พักรับประทานเที่ยง

ภาคบ่าย-ภาคปฏิบัติ

13.00-16.30 น. ทดลองซื้อขายหุ้นเสมือนจริง กับโปรแกรมจำลองซื้อขายหุ้น
-ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?
-ตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร ปัจจัยในประเทศ และปัจจัยต่างประเทศ
-วิธีการอย่างง่ายหาหุ้นเด่น หลีกเลี่ยงหุ้นเน่า เพื่อสร้างผลกำไรงดงาม
-ตรวจสอบจุดที่ดีสำหรับการเข้าซื้อหุ้น(ได้ซื้อหุ้นราคาถูก) ตรวจสอบจุดขายหุ้นให้ได้กำไร
-ทดลอง ซื้อหรือลงทุนหุ้นเสมือนจริง ด้วยเงินทุนจำลอง 1,000,000 บาท และติดตามผลว่ามีกำไรหรือขาดทุน หากมีกำไรจะถือหรือขาย หากขาดทุนจะแก้ไขสถานการณ์อย่างไร
-การจัดบัญชีลงทุนจำลองในลักษณะกระจายความเสี่ยง เพิ่มโอกาสรวย
-การติดตามความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นแบบไม่เครียด
-รู้จักช่องทางในการติดตามข้อมูลข่าวสารฟรีๆทางอินเตอร์เน็ตเพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อขาย ภาคปฏิบัติ
-รู้จักช่องทางในการหาบทวิเคราะห์ฟรีๆทางอินเตอร์เน็ตประกอบการซื้อขาย ภาคปฏิบัติ
-รู้จักจังหวะในการเข้าออกให้ถูกต้องด้วยการวิเคราะห์ทางเทคนิคอย่างง่าย ภาคปฏิบัติ
-รู้จักหุ้นกลุ่มต่างๆ เช่น ธนาคาร น้ำมัน พัฒนาที่ดิน สื่อสาร วัสดุก่อสร้าง เป็นต้น

16.30-17.00 น.สรุปผลการเรียนการสอน และปิดการอบรม

ขั้นตอนการสมัครเข้าเรียน โครงการอบรม"สอนมือใหม่หัดเล่นหุ้นให้รวย"

1.โทรศัพท์สำรองที่นั่งล่วงหน้า 02-9275800 โทรมือถือ 087-717-8979 (คุณชัชฎา) 087-717-4979 (คุณสุเมธ), 087-717-4939 (คุณเมทิกา)

2.กรอกใบสมัครพร้อมส่งแฟกซ์หลักฐานการชำระเงิน มาที่หมายเลข : 02-927-5880 หรือ02-9275807 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

3.ชำระเงินผ่านธนาคารในนามบัญชี บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น จำกัด
ประเภท ออมทรัพย์

1. ธนาคารกรุงเทพ สาขาสุขาภิบาล3 เลขที่บัญชี 056-0-25774-3
2. ธนาคารกสิกรไทย สาขาสุขาภิบาล3 เลขที่บัญชี 735-2-38116-5
3. ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสุขาภิบาล3 เลขที่บัญชี 136-2-18236-6


ฟรี! มูลค่า 150 บาท
หนังสือทีเด็ดรวยหุ้นพันล้าน หนังสือ
BEST SELLER พิมพ์ซ้ำ 9 ครั้ง เขียนโดย
อาจารย์ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ พลิกชะตากรรมนัก
ลงทุนแมงเม่าเข้าสู่วิถีเซียนหุ้นพันล้านที่คุณ
เองก็ทำได้ ถ่ายทอดประสบการณ์จริง เปิดกลยุทธ์ทีเด็ดให้รวยหุ้นระดับพันล้าน

ไม่ต้องรวยก็เล่นหุ้นได้ พรวิมล รัตนประไพ




"คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น"

หาก ใครที่เห็นด้วยกับคำพูดประโยคนี้แล้วล่ะก็ต้องไปทำความรู้จัก ยุ้ย-พรวิมล รัตนประไพนักลงทุนสาว แห่งศูนย์การเรียนรู้สตาร์เทรดเดอร์ไทยแลนด์ คนนี้เสียก่อน แล้วเธอจะทำให้คุณมีมุมมองใหม่ๆ แม้เงินแค่หลักหมื่น ก็สามารถเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้นที่ประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก ถ้าคุณรู้จักที่จะใช้เงินทำงานให้เป็น
ยุ้ย-พรวิมล รัตนประไพ มีดีกรีปริญญาตรีจาก คณะวิทยาศาสตร์ สาขาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อดีตสาวแบงก์อีกหนึ่งคนที่ค้นพบวิถีชีวิตของตนเองตั้งแต่อายุยังอยู่ในรั้ว มหาวิทยาลัย ด้วยความคิดต่าง แต่เป้าหมายไม่ต่างที่ว่า อยากประกอบอาชีพที่ไม่ยึดติดกับเวลา ไม่ต้องเจอคนเยอะๆ แต่รายได้ดี ฟังอย่างนี้อย่าเพิ่งเข้าใจผิด เพราะเธออธิบายเหตุผลให้ฟังว่า...
"ช่วงที่ใกล้จะจบมีหลายอย่างที่ต้องคิดเยอะ เริ่มรู้สึกว่าสิ่งที่เราเรียนมันอาจจะไม่ใช่ทั้งหมด อาชีพในฝัน อยากทำงานที่ไม่ต้องทำงานทั้งวันไม่ต้องตื่นเช้ามาเจอคนเยอะๆ พอถึงเวลาเลิกงานก็กลับบ้าน รู้สึกเหมือนเป็นวงจรที่น่าเบื่อ หรืออาจจะเป็นความขี้เกียจของตนเอง ที่คิดว่าอยากหาเงินได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอความเมตตาจากคนอื่น ขยันมากหน่อยก็ได้เงินเยอะหน่อย ขยันน้อยหน่อยก็ได้เงินน้อยหน่อย ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของตนเอง"
พอคิดได้ดังนั้น ยุ้ย ก็เริ่มมองหา "งาน" ที่ตอบสนองความต้องการของตัวเอง จนค้นพบว่าการลงทุนในตลาดหุ้นคงจะเหมาะกับอุปนิสัยของเธอแต่ประโยคที่ว่า "คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น" ก็ทำให้เธอคนนี้วิตกอยู่บ้างเล็กน้อย เพราะฐานะของเธอก็ไม่ใช่ว่าร่ำรวยมีเงินถุงเงินถัง มากพอที่จะเอามาลงทุนได้จำนวนมาก นั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอท้อแท้ อาศัยวิธีคิดจากการเรียนด้านวิทยาศาสตร์ที่ต้องตั้งสมมุติฐาน หาเหตุและผล ยุ้ยเริ่มศึกษาวิธีการลงทุนในตลาดหุ้นด้วยตนเองอย่างจริงจัง ตั้งแต่ปัจจัยการลงทุน วิธีการซื้อ-ขาย วิธีวิเคราะห์หุ้น และเล่นหุ้นอย่างไรถึงจะทำกำไรได้ และในที่สุดเธอก็ได้คำตอบว่า "ไม่ต้องรวยฉันก็เล่นหุ้นได้"
"โดยส่วนใหญ่คนมักจะคิดว่าต้องมีเงินทุนเยอะถึงจะเล่นหุ้นได้ แต่การที่เรามีเงินเยอะ ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเล่นหุ้นประสบความสำเร็จ ทำกำไรได้ เพราะบางทีเงินเยอะก็ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อตัวไหน ดังนั้น การมีเงินเยอะไม่ได้ตอบโจทย์ มันสำคัญที่ว่าคุณมีความรู้หรือยัง ถ้าคุณมีความรู้จะลงทุนตลาดไหนก็โอเคหมด มีเงินน้อยก็ลงทุนได้หมด
พอยุ้ยศึกษามาได้สักระยะก็รู้แล้วว่าเงินน้อยๆ แบบเรานี่ ตลาดหุ้นต่างประเทศเหมาะกับตัวเองที่สุด เพราะตลาดหุ้นต่างประเทศจะมีเครื่องมือ มีตัวช่วยในการตัดสินใจว่าเราควรจะลงทุน ทำกำไรได้อย่างไร อีกทั้งตลาดหุ้นต่างประเทศจะมีซอฟต์แวร์ต่างๆ ในเรื่องการบริหารความเสี่ยง ก็จะทำให้ผิดพลาดหรือขาดทุนน้อยกว่า อย่างที่บอก ยุ้ยไม่ได้ลงทุนคราวละมากๆ เรียกว่าพอสมน้ำสมเนื้อ ลงน้อยๆ แต่หมุนเวียนบ่อย"
หลังจากเรียนจบและทำงานประจำได้ระยะหนึ่ง ยุ้ย ตัดสินใจลาออก และผันตัวเองมาเป็น "นักลงทุน" อย่างเต็มตัว หรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็นนักเล่นหุ้นนั่นเอง สั่งสมประสบการณ์มานานกว่า 5 ปี ในการค้นวิธีที่จะทำกำไรจากการลงทุนในตลาดหุ้นซึ่งวันนี้ ยุ้ย บอกว่า เป็นอาชีพที่ตรงกับฝันมากทีเดียว ไม่ต้องตื่นเช้า ไม่ต้องออกจากบ้านเธอก็ทำงานและมีรายได้ที่น่าพอใจ
ยุ้ย บอกเคล็ดลับการลงทุนในตลาดหุ้นให้ประสบความสำเร็จว่า สิ่งสำคัญอย่าโลภ ไม่ใช่ว่าลงทุนครั้งแรกได้กำไร ครั้งต่อไปก็ทุ่มสุดตัว หรือกว้านซื้อหุ้นเพียงตัวเดียวแต่ต้องรู้จักพอประมาณวันนี้ซื้อ พรุ่งนี้ราคาหุ้นอาจขึ้นมาอีกไม่กี่บาทก็ควรจะพอใจ
"เชื่อเถอะค่ะว่าถ้าคุณศึกษาตลาดหุ้นดีๆ อย่างหุ้นต่างประเทศ คุณมีเงินทุนเริ่มต้นประมาณ 1,000-2,000 เหรียญ คิดเป็นเงินไทยราวๆ 50,000 บาท สามารถทำกำไรเฉลี่ยอย่างต่ำได้ 300 เหรียญต่อคืน เดือนหนึ่งคุณจะมีรายได้ประมาณ 20,000-30,000 บาท มันมากกว่าเงินเดือนประจำของคุณทั้งเดือนเสียอีก แต่อย่างที่บอก คือเราต้องมีสติ มีน้อยก็ลงทุนน้อย แต่ต้องรู้จักวิธีที่จะบริหารให้เงินทำงานแทนเราให้เป็น อย่าตาโต อย่าคิดจะรวยเพียงข้ามคืน อันนี้คุณไม่ประสบความสำเร็จแน่ๆ"
5 ปี แล้วที่ ยุ้ย ยึดอาชีพนี้ และเธอเองก็คิดว่าคงมีคนไทยอีกจำนวนไม่น้อยที่สนใจการลงทุนในตลาดหุ้น แต่ไม่รู้วิธีที่จะเริ่มต้น เหมือนที่เธอเคยเป็นมาในอดีต เธอจึงอยากแบ่งปันประสบการณ์เหล่านี้ให้แก่ผู้สนใจ จึงได้ เปิด ศูนย์การเรียนรู้สตาร์เทรดเดอร์ ไทยแลนด์ มีหลักสูตรการเล่นหุ้นให้ประสบความสำเร็จ แบ่งเป็น 5 ระดับ ตั้งแต่พื้นฐานถึงขั้นแอดวานซ์ คือ White Green Blue และ Gold
"หลักสูตรที่ยุ้ยคิดขึ้น คือสอนวิธีการลงทุนตั้งแต่เริ่มต้น ใช้กลยุทธ์อะไรทำกำไรได้การบริหารแบบไหน มีความเสี่ยงอะไรบ้าง เครื่องมือต่างๆ มีกลยุทธ์อะไรบ้างที่จะทำให้คุณได้กำไรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ เพราะตลาดหุ้นไหนๆ ก็เหมือนกัน แต่สิ่งที่แตกต่างคือกลยุทธ์ในการทำกำไร หากเราหาเจอเราก็สามารถหากำไร ใช้เวลาอบรม 5 วัน พร้อมฝึกปฏิบัติ ซึ่งมีโปรแกรมซอฟต์แวร์ให้ทดลองซื้อ-ขายหุ้น"
ในแต่ละหลักสูตรนั้น ยุ้ย บอกว่ารับครั้งละไม่เกิน 10 คนต่อเดือนต่อหลักสูตร เพราะต้องการให้ผู้อบรมได้รับความรู้อย่างเต็มที่ เมื่ออบรมจบหลักสูตรแล้วทุกท่านสามารถควบคุมให้ "เงินทำงาน" ได้จริง
"ตอนแรกๆ ที่บ้านก็ไม่เข้าใจ เพราะเขามองว่ามันจะมั่นคงจริงหรือ ทำงานธนาคารก็ดีอยู่แล้ว แต่ในที่สุดยุ้ยก็พิสูจน์ให้เขาเห็นว่า วิธีทำงานที่เราทำอยู่นี่มันประสบความสำเร็จได้จริงๆ ฐานะทางบ้านก็ปานกลางไม่ได้ยากลำบาก สุขสบายตามสมควรนะ
แต่พอยุ้ยมาทำงานนี้เราสามารถดูแลครอบครัวได้ และมีความมั่นคงในชีวิต มีความสุขและยังมีเวลาเหลือที่จะไปทำในสิ่งอื่นๆ ได้อีกเยอะ มันก็เป็นความภูมิใจของตัวเองที่เราทำได้ เมื่อมองในเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันอายุเท่าๆ กัน แค่ 27-28 ปี นี่ยุ้ยว่าตัวเองก็ประสบความสำเร็จแล้ว"
อย่างไรก็ดี "การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน" ฉะนั้นถ้ายังไม่มั่นใจที่จะเข้าอบรมแบบเสียสตางค์ ยุ้ย แนะนำว่า ให้ทดลองเรียนก่อนได้เพราะเธอเปิดสัมมนาฟรี ทุกวันเสาร์ 13.00-15.00 น. ที่ศูนย์การเรียนรู้สตาร์เทรดเดอร์ ไทยแลนด์ ชั้น 4 พาราไดซ์ พาร์ค ถ.ศรีนครินทร์
หรือเยี่ยมชมได้ที่ http://startraderthailand.com