การขาดทุนติดๆกัน และภาวะอาการ “จิตหลุด” ของนักเล่นหุ้น โดย Barry Lutz
ในช่วงที่ตลาดหุ้นเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบๆ
หรือเคลื่อนไหวอยู่ในแนวโน้มขาลงนั้น
สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำกับนักเล่นหุ้นทุกคนนั้น
คือการขาดทุนที่มักจะเกิดขึ้นติดๆกันเป็นระยะ
สิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงนี้คือการควบคุมอารมณ์และสติของเราให้มั่นคง
เพื่อที่จะรักษาวินัยในการลงทุนเอาไว้
และในวันนี้ผมได้นำวิธีการง่ายๆที่อาจช่วยให้คุณควบคุมอารมณ์และสติของคุณ
ได้ดียิ่งขึ้นเมื่อต้องเจอกับตลาดที่ไม่เอื้ออำนวยครับ
..................คุณได้เข้าซื้อหุ้นไปสักพักหนึ่ง
หลังจากนั้นไม่นานมันก็เริ่มดิ่งหัวลง
หลังจากนั้นคุณจึงตัดสินใจครั้งใหม่ที่จะ Short หุ้น
แต่หลังจากนั้นไม่นานมันก็เด้งขึ้นทันที
นับรวมแล้วก็เป็นอันว่าคุณขาดทุนติดกัน 2 ครั้งเสียแล้ว
และมันทำให้คุณรู้สึกค่อนข้างลังเลขใจเล็กน้อย
นั่นทำให้คุณรู้สึกแหยงๆที่จะไม่เทรดหุ้นในสัญญาณครั้งต่อไป
และเป็นอย่างที่คุณคิดเอาไว้
...................นั่นเป็นสัญญาณที่ทำให้คุณได้กำไร!
เอาล่ะสมมุติว่ามันแย่กว่านั้นอีก คุณตัดสินใจไล่ซื้อตามมันไป
ซึ่งหลังจากที่คุณได้ไล่ซื้อมันไปไม่นานนัก
มันก็ดิ่งหัวลงมาและทำให้คุณขาดทุนอีกครั้ง
สรุปแล้วในขณะนี้คุณขาดทุนติดกันถึง 3 ครั้งแล้ว.........
.....................คุณอาจคิดว่า “โอเค.. ลองอีกครั้งก็ได้ฟระตรู เรื่องอย่างนี้มันเกิดขึ้นได้เสมอแหละวุ้ยยยย”
..................ในครั้งนี้ คุณตัดสินใจอย่างฉลาดสุดๆ
คุณสังเกตได้ว่าตลาดนั้นวิ่งอยู่กรอบแคบๆ มันจะเด้งขึ้นเมื่อเจอกับแนวรับ
และเด้งลงเมื่อเจอกับแนวต้าน ดังนั้นในครั้งต่อไป
คุณจึงตัดสินใจที่จะซื้อ-ขายเมื่อมันวิ่งไปชนกับกรอบราคา
แทนที่จะเล่นด้วยระบบเดิมๆของคุณ
.................ต่อมานั้น ตลาดได้วิ่งไปคลอเคลียอยู่แถวแนวรับ
ซึ่งมันเข้าทางกับแผนการที่คุณได้วางเอาไว้ คุณจึงตัดสินใจ “ซื้อมันซะเลย”
แต่แทนที่มันจะเด้งขึ้นเหมือนอย่างที่ผ่านมา
ราคาของหุ้นกลับดิ่งทะลุแนวรับไปเสียนี่..
และนี่ไม่เพียงทำให้คุณขาดทุนติดๆกันถึง 4 ครั้ง
แต่นี่เป็นการขาดทุนจากการที่คุณแหกระบบที่ดีที่สุดระบบหนึ่งของคุณไป
เท่านั้นยังไม่พอ มันยังเป็นสัญญาณที่หากว่าคุณทำตามระบบไปละก็
กำไรในคราวนี้จะกลบการขาดทุนใน 3 ครั้งที่ผ่านมาทั้งหมดเลยทีเดียว
................เอาล่ะ เมื่อมาถึงตอนนี้คุณจะทำอย่างไรต่อไป..
“เลิกเล่น?”
แล้วพยายามยับยั้งชั่งใจไม่ให้ตัวเองหลงผิดมาเก็งกำไรครั้งใหม่..
โยนคอมพิวเตอร์ทิ้งไปนอกบ้านซะเลย แล้วลืมๆมันไปซะ…
นี่เป็นสัญญาณที่กำลังบอกคุณว่า คุณกำลัง “จิตหลุด” แล้วหละครับ
อะไรคือภาวะ “จิตหลุด”
...............ผมคิดว่าภาวะของอาการ “จิตหลุด”
นั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากการที่คุณนั้นได้ยอมรับว่า
“การขาดทุนเป็นส่วนหนึ่งของระบบการลงทุนและการเก็งกำไร”
ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ แต่การขาดทุนที่สะสมติดต่อกันนั้น
ได้ค่อยๆทำให้คุณสะสมความกดดันจนไปถึงจุดหนึ่งที่คุณนั้นไม่สามารถที่จะยอม
รับมันได้อีกแล้วนั่นเอง
..............ซึ่งภาวะอาการ “จิตหลุด” กะทันหันนี้
ทำให้คุณนั้นหน้ามืดและมองข้ามระบบการลงทุนของคุณไป
และถูกแทนที่ด้วยอารมณ์จากผลการซื้อ-ขายในครั้งที่ผ่านๆมานั่นเอง
และถึงแม้ว่าการ “เลิกเล่น”
นั้นจะเป็นสิ่งเดียวที่ดูจะเหมาะสมในช่วงเวลาอย่างนี้ แต่อาการ “จิตหลุด”
ของคุณนั้น
...............อาจจะทำให้คุณทำในสิ่งที่คุณไม่คาดคิดไปตามอารมณ์ของคุณ
ก็เป็นได้ และมันอาจเป็นไปอย่างนั้นจนถึงจุดๆหนึ่งซึ่งมันหมดหวังเต็มที
จนทำให้คุณนั้นไม่สามารถรับมันได้อีกต่อไปและจำเป็นต้อง “เลิกเล่น”
ไปโดยปริยาย
................อย่างไรก็ตาม
บทความนี้นั้นไม่ได้พยายามที่จะพูดถึงเรื่องของอารมณ์และการเก็งกำไรของคุณ
หรือเกี่ยวกับเรื่องของความกลัวซึ่งคอยขัดขวางนักเล่นหุ้นหรืออะไรเทือกๆ
นั้น เพราะอย่างที่เรารู้ๆกันว่า
อารมณ์นั้นเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการเก็งกำไรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
และคุณต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมมัน หรือไม่เช่นนั้นคุณก็ต้องเลิกเก็งกำไรซะ
...............นี่เป็นบทความที่เกี่ยวกับการที่โดยปกติแล้วคุณนั้น
สามารถที่จะควบคุมอารมณ์และสติของคุณในการเก็งกำไรได้เป็นอย่างดี
แต่แล้วจู่ๆก็กลับมีบางสิ่งบางอย่างมาทำให้นักเล่นหุ้นอย่างเราๆเสียการควบ
คุมไป และเกิดอาการ “จิตหลุด” ขึ้นมานั่นเอง
ซึ่งผลจากการขาดทุนติดๆกันหลายๆครั้ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขาดทุนซึ่งเกิดจากการแหกระบบของนักเล่นหุ้นเองนี่เอง
ที่เป็นต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นนี้
..............นี่ไม่ใช่สิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้เฉพาะกับนักเล่นหุ้น
หน้าใหม่ หรือนักลงทุนระดับล่างๆ
เนื่องจากมันเป็นเรื่องที่จะต้องเกิดขึ้นกับนักเล่นหุ้นทุกคน
ซึ่งไม่ว่าใครก็มีสิทธิที่จะต้องเจอกับช่วงเวลาที่ไม่ว่าเราจะทำอะไรไป
ทุกอย่างก็ดูจะผิดที่ผิดทางไปเสียหมด
และนั่นทำให้เราเกิดการขาดทุนติดๆกันหลายๆครั้งขึ้นมา
Saturday, January 5, 2013
ภาวะอาการ “จิตหลุด” ของนักเล่นหุ้น
7:28 AM
No comments
Subscribe to:
Post Comments (Atom)






0 comments:
Post a Comment